Posts Tagged ‘สมัครบัตรกดเงินสด’

คุณชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ คุณมยุรี ชัยพรหมประสิทธิ์ ผู้บริหารสายงาน-การตลาด สยามพารากอน จัดโปรโมชั่นสุดเลิศ อร่อย สวย คุ้ม…ได้ทุกมื้อ สำหรับลูกค้าผู้ถือบัตรเครดิตกสิกรไทยที่ต้องการความอร่อย สวย และคุ้มค่า ราคาประหยัด… ณ ร้านอาหารภายในสยามพารากอนที่ร่วมรายการกว่า 60 ร้าน รับทันทีบัตรกำนัลสตาร์บัคส์ 100 บาทเมื่อทานครบ 900 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษส่วนลดสูงสุด 50% และบัตรกำนัลรมย์รวินท์บิวตี้ ตั้งแต่วันนี้ถึง 28 ก.พ.56 สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม K-Contact Center โทร. 02-888-8888 กด *8
ขอขอบคุณข้อมูล: matichon.co.th ลงวันที่ 26-01-2013 By CreditOnHand

              กระทรวงพลังงานถังแตกจ่อเลิกสนับสนุนโครงการบัตรเครดิตพลังงานสำหรับส่วนลด ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ให้วินมอเตอร์ไซค์ 3 บาทต่อลิตร หลังกฤษฎีกาตีความห้ามใช้เงินกองทุนฯ อนุรักษ์ เหตุผิดวัตถุประสงค์ ด้าน ครม.เห็นชอบแก้ไขร่างสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย

               แหล่งข่าวกระทรวงพลังงานเปิดเผยถึงความคืบหน้าบัตรเครดิตพลังงาน ว่า จากกรณีที่กระทรวงพลังงานเปิดโครงการบัตรเครดิตพลังงาน เพื่อใช้เป็นส่วนลดราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) 2 บาทต่อกิโลกรัม สำหรับกลุ่มรถโดยสารสาธารณะและกลุ่มรถแท็กซี่ และเมื่อวันที่ 15 ต.ค.2555 ได้เปิดให้กลุ่มผู้ประกอบการมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าร่วมโครงการโดยให้ส่วนลด ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 3 บาทต่อลิตรนั้น ขณะนี้กระทรวงพลังงานได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) จัดหางบประมาณมาจ่ายคืนให้ บมจ.ปตท.กรณีที่ให้ส่วนลดราคาแก๊สโซฮอล์ 3 บาทต่อลิตรแก่กลุ่มรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

               “ตอนนี้ ปตท.ยังไม่ได้รับเงินคืนจากกระทรวงพลังงาน ในส่วนกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซึ่งได้หารือกับ สนพ.ให้นำงบประมาณจากกองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานมาใช้ โดยแบ่งปันมาจากงบประชาสัมพันธ์ในโครงการ “ส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์สำหรับกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ได้ทำบัตรเครดิต พลังงาน” ที่มีอยู่ประมาณ 50 ล้านบาทมาใช้แทน” แหล่งข่าวกล่าว ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานมีแนวทางที่จะยกเลิกการให้ส่วนลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 3 บาทต่อลิตรสำหรับกลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้างช่วงสิ้นเดือน ธ.ค.2555 หากไม่สามารถหางบประมาณระยะยาวมาสนับสนุนโครงการ หลังจากที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่ากระทรวงพลังงานไม่สามารถใช้งบประมาณ กองทุนเพื่อการอนุรักษ์พลังงานมาช่วยลดราคาน้ำมันในโครงการบัตรเครดิต พลังงานได้ด้วย เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์ของกองทุนฯ สำหรับในส่วนของส่วนลดราคาก๊าซเอ็นจีวี 2 บาทต่อกิโลกรัมนั้น ยังคงให้ ปตท.เป็นผู้รับภาระต่อไป

                เนื่องจากที่ผ่านมา ปตท.ได้รับการปรับขึ้นราคาเอ็นจีวีจาก 8.50 บาทต่อกิโลกรัม มาเป็นราคา 10.50 บาทต่อกิโลกรัมในปัจจุบันแล้ว ซึ่ง ปตท.มีรายได้เพิ่มจากการปรับขึ้นราคาดังกล่าว ดังนั้นจึงต้องการช่วยเหลือกลุ่มรถโดยสารสาธารณะที่ใช้เอ็นจีวีต่อไปด้วย ซึ่งตามกำหนดจะสิ้นสุดการให้ส่วนลดราคาดังกล่าวในปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่กระทรวงพลังงานมีนโยบายลอยตัวราคาพลังงาน รวมถึงเอ็นจีวีให้สะท้อนราคาที่แท้จริง เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีหนี้ค้างบัตรเครดิตถึง 5-6 ล้านบาท นายวิเชียรโชติ สุกโชติรัตน์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ยืนยันว่ากลุ่มมอเตอร์ไซค์รับจ้างยังคงได้รับส่วนลดราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 3 บาทต่อลิตรตลอดปี 2556 แน่นอน เนื่องจากเป็นนโยบายรัฐบาลซึ่งต้องหาเงินมาสนับสนุนต่อให้ได้

                นอกจากนี้ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ยังมีนโยบายให้การใช้บัตรเครดิตพลังงานครอบคลุมกลุ่มผู้ใช้ก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือนที่มีรายได้น้อยด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียด และยังไม่สามารถให้ข้อมูลใดๆ ได้ นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงพลังงานเสนอเรื่ององค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย ขอความเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมร่างสัญญาแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 สัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติแปลง B-17&B-17-01 ในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (JDA) โดยการแก้ไขร่างสัญญาดังกล่าวระหว่างองค์กรร่วมไทย-มาเลเซีย และบริษัทผู้ประกอบการ คือ บริษัท PC JDA Limited และบริษัท PTTEP International Limited ในฐานะกลุ่มผู้ขายก๊าซกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัท เปโตรนาส ในฐานะกลุ่มผู้ซื้อก๊าซ.
ขอขอบคุณข้อมูล: thaipost.net ลงวันที่ 5-01-2013 By CerditOnHand

ในการพบปะประจำปีระหว่างผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ สัปดาห์ที่ผ่านมา
โดย…เบญจมาศ เลิศไพบูลย์

ในการพบปะประจำปีระหว่างผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ สัปดาห์ที่ผ่านมา ประเด็นที่ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท. ได้หยิบยกขึ้นมาเป็นหัวข้อหลักในการพูดคุยซึ่งเป็นไปตามคาด คือ การขอความร่วมมือธนาคารพาณิชย์ในเรื่องโฆษณา ไม่ควรกระตุ้นให้คนอยากกู้โดยไม่มีเหตุจำเป็น
สิ่งที่ผู้ว่าการ ธปท.เป็นห่วงและยกตัวอย่างให้เห็นชัดคือ การโฆษณาของสถาบันการเงินที่แข่งขันกันรุนแรงมาก สร้างความรู้สึกให้คนก่อหนี้ง่าย เมื่อต้องการใช้ก็มีคนเอามาให้ หรือไม่ต้องใช้คืน ทยอยใช้นาน หรือบางแห่งถึงขั้นให้ก่อหนี้ยังมีชิงโชค แจกทองคำ ละเลยหลักพื้นฐานการบริหารเงิน ว่าการใช้เงินต้องมีการวางแผนการออม แต่โฆษณายังมีทำนองการสร้างครอบครัวไม่ต้องวางแผนมากก็มีคนเอาเงินมาให้

นี่คือจุดที่ผู้ว่าการธปท. จี้ลงไปว่าเปิดโทรทัศน์ใครก็ต้องเห็น

แม้ สาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธปท. จะยอมรับว่าจำนวนมูลหนี้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สินเชื่อรายย่อยของธนาคารพาณิชย์ยังไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่ไปเพิ่มขึ้นในส่วนของสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ (นันแบงก์) ก็เป็นเรื่องที่ ธปท.ต้องเฝ้าระวังก่อนเกิดปัญหา
เพราะหนี้เสียในกลุ่มนันแบงก์ปูดขึ้นให้เห็นแล้ว เพียงแต่ไม่ใช่ขาที่ ธปท.กำกับดูแลโดยตรง ฉะนั้นธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ในการกำกับดูแลโดย ธปท. จึงถูกเรียกเตือนเพื่อป้องกันไว้ก่อน

น่าสังเกตว่า การตั้งการ์ดของ ธปท.ครั้งนี้มาจากตัวเลขที่สำแดงให้เห็นใน 2 ส่วน คือ มูลหนี้ที่เป็นเอ็นพีแอล และสินเชื่อรวมของธนาคารทั้งระบบ เพิ่มขึ้นทั้งสองด้าน

ส่วนแรก มูลหนี้ที่เป็นเอ็นพีแอลในไตรมาส 3 มียอดคงค้างรวม 2.64 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,800 ล้านบาท จากไตรมาส 2 แต่จำนวนฐานสินเชื่อที่ขยายตัวสูงทำให้ตัวหารเพิ่ม เอ็นพีแอลที่ปรากฏเป็นสัดส่วนต่อสินเชื่อรวมจึงลดลงเหลือ 2.4%
ส่วนที่สอง ตัวเลขผลการดำเนินงานของธนาคารพาณิชย์ในไตรมาส 3 ขยายตัวต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า และคิดเป็นการเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 14.2% จากสินเชื่ออุปโภคบริโภคที่ขยายตัวตามการบริโภคภายในประเทศ โดยสินเชื่ออุปโภคบริโภคขยายตัว 18.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นการเร่งตัวของสินเชื่อในหมวดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ซึ่งเป็นผลจากนโยบายรถคันแรกของรัฐบาล

ลำพังเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในไตรมาส 2 เติบโตจาก 24% เป็น 30.1% ในไตรมาส 3 และปีหน้าทิศทางสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มีแนวโน้มเติบโตสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะมีรถจำนวนมากที่รอส่งมอบปีหน้าพร้อมกับเข้าไฟแนนซ์ ปีหน้าจึงเป็นปีทองของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์อีกปี

ขณะที่ตัวเลขสินเชื่อบัตรเครดิตไตรมาส 3 เติบโตลดเหลือ 10.1% จากไตรมาส 2 อยู่ที่ 10.2% และสินเชื่อส่วนบุคคลเติบโตลดเหลือ 28.5% จาก 31.3% ซึ่ง ธปท.ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะความต้องการใช้จ่ายหลังน้ำท่วมลดลง เท่ากับว่าก่อนหน้านี้คนได้ใช้เงินเพื่อซื้อของซ่อมแซมบ้านไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้สินเชื่อส่วนบุคคลกลับมาเติบโตในระดับที่ไม่หวือหวามากนักเมื่อเทียบ จากช่วงไตรมาส 2

ประเด็นเหล่านี้ทำให้ ธปท.จึงต้องเร่งกำจัดจุดอ่อน เพราะหากคว้านลึกๆ จะพบว่า แม้ ธปท.ยังไม่ถึงก่ายหน้าผาก แต่ไส้ในเอ็นพีแอลก็ไม่ได้สวยหรู

ตัวเลขปรากฏชัดว่าขณะนี้เริ่มมีลูกค้าที่อยู่ในกลุ่มต้องเฝ้ามองก่อนเป็น เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น มูลหนี้ที่อยู่ในกลุ่มสินเชื่อที่จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ หรือที่เรียกกันว่าสินเชื่อค้างชำระเกิน 1 เดือน แต่ไม่เกิน 3 เดือน เริ่มเป็นตัวแดงเพิ่มจาก 1.9% ในไตรมาส 2 เป็น 2.2% โดยในส่วนที่ต้องเฝ้าระวังคือสินเชื่ออุปโภคบริโภคที่เพิ่มจาก 2.6% เป็น 2.7%
สะท้อนว่ากำลังการจ่ายหนี้ของลูกค้าอ่อนแรงลง ซึ่งก็ตั้งข้อสังเกตได้หลายทาง เช่น คนเริ่มเป็นหนี้มาก หมุนเงินไม่ทัน แต่คงไม่ถึงขั้นตั้งใจลืมจ่ายหนี้ เพราะคงไม่มีใครอยากเป็นหนี้ให้เสียดอกเบี้ยรายวัน

ขาที่ ธปท.ทำได้จึงต้องเบรกธนาคารพาณิชย์อย่าโหมโฆษณาเงินกู้กระหน่ำให้มากนัก เพราะไม่เช่นนั้นเร็ววันอาจเจ็บยกแผง
ชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย ยอมรับว่า การก่อหนี้สินเชื่อบุคคลภาพรวมปีนี้เติบโตกว่าปีก่อน ทั้งระบบเติบโต 12.5% ซึ่งบางส่วนก็เพิ่ม บางส่วนก็ลด เพราะหากแยกสินเชื่อบุคคลในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ พบว่าสินเชื่อส่วนบุคคลของธนาคารพาณิชย์เติบโต 27% สินเชื่อส่วนบุคคลนันแบงก์เติบโต 6% แต่สินเชื่อบุคคลของธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศติดลบ 10%
สาเหตุที่สินเชื่อส่วนบุคคลธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศติดลบ เพราะธนาคารเอชเอสบีซีได้ขายพอร์ตสินเชื่อบุคคลให้กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา เมื่อสินเชื่อฝั่งธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศลด ก็ไปโปะให้สินเชื่อฝั่งธนาคารพาณิชย์ไทยขยายตัวมากกว่าปีก่อนๆ แต่แน่นอนว่าสินเชื่อในแต่ละปีต้องมีการปรับเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว
ขณะที่นายแบงก์บางส่วนก็มองว่า สินเชื่อส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้นหากมองในมุมที่น่ากังวล ธปท.ก็ต้องมองในมุมบวกด้วยว่าอาจเป็นไปได้ที่มีกลุ่มคนที่เคยอยู่นอกระบบได้ เข้าถึงหนี้ในระบบมากขึ้น เพราะเงินเดือน ค่าแรง ต่างมีการปรับขึ้น ทำให้คนที่ไม่เคยได้เข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ใช้บริการธนาคารก็ยุคนี้ และดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ก็ถูกกว่าการเป็นหนี้นอกระบบที่ต้องเสียดอกเบี้ย รายวัน
นี่คือสิ่งที่ผู้ให้บริการสะกิดผู้กำกับดูแลว่า บางทีอาจต้องมองภาพรวมให้รอบด้าน
หรืออีกนัยหนึ่ง การลุกขึ้นของ ธปท. กระตุกต่อมจริยธรรมการปล่อยกู้ของธนาคารพาณิชย์ เพื่อปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้อง ให้ความรู้คนควรออมก่อนเป็นหนี้ และการเป็นหนี้ไม่เหมาะสมที่จะลุ้นชิงโชค ถือเป็นการลงแส้ธนาคารพาณิชย์ แต่เป็นความตั้งใจให้หางแส้ไปโดนนันแบงก์ให้รู้สึกเจ็บบ้าง
เพราะทุกวันนี้บทบาทหน้าที่ของ ธปท. ดูแลนันแบงก์ได้เพียงการควบคุมอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ และค่าธรรมเนียมให้อยู่ในกรอบของ ธปท. โดยใช้กฎหมาย ปว. 58 ตั้งแต่ยุคของ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นผู้ว่าการธปท. แต่ไม่สามารถควบคุมการบริหารงานส่วนอื่นในนันแบงก์ได้ เพราะนันแบงก์ไม่ใช่สถาบันการเงินที่รับฝากเงิน
เมื่อ ธปท.ทำอะไรกับนันแบงก์มากไม่ได้ นี่จึงเป็นอีกกลวิธีเขียนเสือให้วัวกลัวก่อนที่ทุกอย่างจะสาย เนื่องจากเห็นสัญญาณหนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มสูงขึ้นในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเป็นลูกค้าของนันแบงก์
ในขณะที่นันแบงก์ก็ยังเอาใจรายย่อยปล่อยกู้ให้กลุ่มคนที่มีรายได้ขั้นต่ำ 8,000 บาท แม้หลายบริษัททยอยปรับเงินเดือนเป็น 1.5 หมื่นบาท และปรับค่าแรง 300 บาท ตามนโยบายรัฐบาลไปแล้ว
การเดินสายพูดทุกเวทีของผู้ว่าการ ธปท. เรื่องหนี้ครัวเรือน จึงเป็นการถือธงนำประกาศให้รู้ว่า ไม่ว่าธนาคารพาณิชย์ หรือนันแบงก์ ควรสดับฟัง เพราะหากปล่อยให้หนี้สินคนในประเทศล้นพ้นตัวเมื่อไร จากแค่ปัญหาการเงินจะกลายเป็นปัญหาเศรษฐกิจประเทศได้ แก้ไขตอนนั้นก็สายเสียแล้ว
ขอขอบคุณข้อมูล:posttoday.com ลงวันที่ 15-12-12 By CreditOnHand

                โตเกียว 24 พ.ย.- แหล่งข่าวบริษัทเจแปน เครดิต บูโร หรือเจซีบีรายงานวานนี้ว่า ทางบริษัทได้วางแผนเริ่มดำเนินธุรกิจบัตรเครดิตในพม่าในปีหน้า โดยในขั้นแรกมีเป้าหมายให้บริการชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในพม่า และภายหลังจะเริ่มออกบัตรเครดิตให้กับผู้บริโภคในท้องถิ่นในปี 2557

              บริษัทเจซีบี ซึ่งมีสำนักงานในกรุงโตเกียวจะเริ่มสร้างเครือข่ายการบริการในพม่าในปีหน้า โดยการทำสัญญากับบรรดาโรงแรมและร้านอาหารให้รับบัตรเครดิตของเจซีบี นอกจากนี้ยังมีเป้าหมายเริ่มออกบัตรเครดิตผ่านธนาคารในท้องถิ่นในปี 2557 และคาดว่าเจซีบีจะเป็นบริษัทผู้ให้บริการบัตรเครดิตรายแรกในพม่า ทั้งนี้ ทางการพม่าอนุมัติแผนการให้บริการบัตรเครดิตในพม่าของบริษัทเจบีซีและบริษัท อื่นๆอีก 3 บริษัทในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา.-สำนักข่าวไทย

           ขอขอบคุณข้อมูล: mcot.net ลงวันที่ 1-12-12 By CreditOnHand

            วีซ่าจับมือSberbank ออกบัตรเครดิตทำจากทองคำแท้สำหรับลูกค้าสุดวีไอพีในคาซัคสถาน
แม้ว่าทองจะแพงขึ้นทุกวี่ทุกวันจนคนธรรมดาอย่างเราๆ มิสามารถไขว่คว้าหามาครองได้ แต่คนที่เกิดมารวยนี่มันช่วยไม่ได้จริงๆ ดูอย่างคนรวยในคาซัคสถานที่เปิดตัวบัตรเครดิตทองคำแท้เพื่อมาประดับบารมี กระเป๋าตังค์ ตอกย้ำอำนาจการใช้เงินอย่างเต็มสูบโดยไม่ต้องง้อพลาสติกอีกต่อไป

             บัตรเครดิตชื่อดัง Visa จับมือกับ Sberbank ผลิตบัตรเครดิตทองคำแท้บริสุทธิ์ป้อนให้กับกลุ่มลูกค้าระดับวีไอพี 100 คน ในคาซัคสถานโดยเฉพาะ เพื่อประกาศรสนิยมอันหรูหรา ฟู่ฟ่า และมีอันจะกินของผู้ใช้
ไม่เพียงแต่ทองคำแท้ๆ เท่านั้นที่ลูกค้าคนรวยจะได้สัมผัส แต่บัตรเครดิตใบใหม่นี้จะฝังเพชรแท้ 0.17 กะรัตเพื่อตกแต่งลวดลายให้ดูสวยงามเก๋ไก๋มีราคา สนนราคาไม่แพง (สำหรับมีเงิน) เพราะบัตรใบหนึ่งราคาใบละ 100,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว 3 ล้านบาท ส่วนค่าธรรมเนียมการใช้บัตรต่อปีก็ไม่แพง เพราะธนาคารคิดเงินเพียง 60,000 บาท
ส่วนสิทธิประโยชน์ของผู้ครอบครองบัตรเครดิตทองคำแท้บริสุทธิ์นี้ก็ไม่ ธรรมดา เพราะโฆษกของธนาคารออกมาเผยว่า ด้วยบัตรทองวิเศษนี้จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลที่บริการช่วยเหลือฉุกเฉินทั่วโลก แถมยังครอบคลุมธุรกรรมการเงินต่างๆ ทั่วโลกถึง 280 ประเทศอีกด้วย

               สำหรับคนรวยในประเทศอื่นก็อย่าเพิ่งน้อยใจ ที่จะไม่ได้รูดปื๊ดบัตรทองแท้ เพราะมีข่าวว่าอาจจะมีการเพิ่มสิทธิพิเศษนี้มาทางเอเชีย ตะวันออกกลาง และยุโรปในอีกไม่นานนี้

ขอขอบคุณ: posttoday.com ลงวันที่ 24-11-2012 By CreditOnHand

หมวดหมู่
คำค้นยอดนิยม
Facebook